Tuesday, September 22, 2015
ความสุขของความว่างเปล่า
ความสุขของความว่างเปล่า....ความสุขของการที่ไม่มีอะไร....
แล้วจะเรียกว่าความสุขได้ยังไง?
แล้วมันอยู่อยู่จริงหรอวะ
มีอยู่จริงสิ เอ็นญ่ากำลังเผชิญอยู่นี่ไงหละะะ
หลายคนมองว่าการที่เราไม่เหลืออะไรนั้นเป็นความทุกข์
และเป็นความทุกข์ที่ขมขื่นเลยทีเดียว
ใช่ค่ะ การที่เราไม่เหลืออะไรมันช่างเป็นอะไรที่ทรมารใจเหลือเกิน
แต่....ก็ไม่ได้เป็นความทุกข์เสมอไปนะ
การที่เราไม่มีอะไรเป็นโอกาสที่ดีในการอยู่กับตัวเอง
ได้ทบทวนจิตใจตัวเองดีๆ เถียงกับความขัดแย้งของตัวเองเงียบๆ
ได้ทำในสิ่งที่ตนได้ทำ ได้ฟังเพลงที่ตนอยากฟัง
ไม่เหลืออะไรที่ว่าเนี่ย มันเหลือเยอะเลยแหละ
ณ ปัจจุบัน สถานการณ์แย่สุดจะแย่ ไม่มีอะไรมาบรรยายได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นสำหรับเอ็นตอนนี้
ที่บ้านธุระกิจปัญหาเพียบ เรื่องเงินก็อย่าไปพูดถึง
แงะกระปุกใช้กินข้าว มี300แบ่งกันใช้3พ่อแม่ลูก
หนี้สินเยอะแยะมากมายนับไม่ถ้วน
เจ้าหนี้ต่อแถวกันรอทวงหนี้ ขบวนยาวไปถึงเชียงใหม่
ติดหนี้คนรอบตัวไปหมด
เรียนก็เกือบจะไม่ได้เรียน จบก็ไม่รู้จะจบหรือเปล่า
แตกหักกับเพื่อนเพราะเรื่องเงิน
และก็อะไรๆอีกเพียบบบบบ
ซึ่งมันกำลังเกิดขึ้นกับเอ็นโดยที่ไม่เคยคาดว่าจะมีวันที่เจอแบบนี้
เพราะที่ผ่านมาเคยแต่เห็นเรื่องราวของคนในสังคมที่มีชีวิตแบบนี้
เราก็ไม่เคยคิดสะทกสะท้านอะไร เพราะไม่ได้เกิดขึ้นกับฉันนี่หน่า
จนกว่าตัวเองจะมายืนอยู่ที่จุดนั้น ถึงจะเข้าใจ....
แต่เพราะแม่เลี้ยงเรามากับการติดดิน เราเลยเรียนรู้ที่จะปล่อยวางอะไรๆเยอะ
มีปลาดิบส่งตรงจากแดนญี่ปุ่นก็กิน ไม่มีก็กินปลาร้า
มี M.A.C. ใช้ก็เอาโบ้ะหน้าเข้าไป ไม่มี มิสทีนก็สวยได้คร่าา
มี ก็กิน Starbucks เป็นประจำ ไม่มี ชาตรามือก็โอเคใช้ได้จ่ะ
อยู่ที่เราจะมองว่าสิ่งเหล่านี้คืออะไรกัน
คุณค่าทางราคา แบรนด์ หรือว่าทางความรู้สึกมากกว่า
หารู้หรือไม่ บางทีคุณภาพของแบรนด์ดังๆยังเทียบไม่เท่าของธรรมดาไม่ตีแบรนด์เลย
หรือบางมันโผล่มาจากแหล่งผลิตที่เดียวกันก็เป็นไปได้
ไม่ได้สำคัญที่มีหรือไม่มี
เพราะถ้าเราเชื่อซะเปล่าว่ายังไงเราต้องมี ตอนนี้ใช้อะไรก็ได้ที่ไม่ถึงกับตาย
ความเชื่อของเรานั่นแหละจะนำพาไปสู่สิ่งที่เราต้องการ
มันการพลังกฏแห่งความดึงดูด (เดี๋ยวจะตามมาเจาะลึกเรื่อยๆน้า)
คิดว่าเดี๋ยวก็มา เดี๋ยวก็มี เอาหน่า ปล่อยวางเถิดค่ะ
การที่ไม่มีอะไรนั้นทำให้เอ็นเห็นถึงจุดที่ต่ำของชีวิต
ตอนนี้อายุเพียงแค่นี้ ยังไม่ขึ้นเลข2ด้วยซ้ำ
แต่มันคือความโชคดีที่เราได้เจออะไรแบบนี้
โชคดีที่มีโอกาสได้เพิ่มความเข้มแข็งให้กับตัวเอง
โชคดีที่ได้มาเจอสถานการณ์แบบนี้ให้เราเรียนรู้จากมัน
โชคดีที่เราแตกหักกับเพื่อน ทำให้เราเห็นถึงธาตุแท้ของใจคน
โชคดีที่เราเหลือเพียงพ่อแม่ลูกในการดำเนินชีวิตต่อไป
โชคดีที่ได้เจอคนดีๆคอยเยื่อมมือมาช่วยเหลือยามเราไม่มีใคร
และ โชคดีที่เราไม่เหลืออะไร.....เพราะนั่นแหละ คือสิ่งที่ได้รับมากที่สุดในตอนนี้
ความว่างเปล่านั้น ทำให้เราก็สามารถที่จะมีความสุขได้
ความว่างเปล่าที่เรากำหนดมันขึ้นมา เป็นเพียงภาพลวงตา
เราสามารถเติมเต็มมันด้วยความสุขและกำลังใจที่เราสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง
และความว่างเปล่าหนะมันยุ่งยากอย่างหนึ่ง คือ เราเองต้องเป็นคนกำจัดมันเท่านั้น!
เราปล่อยให้มันลุกลามไปทั้งหัวใจ ปล่อยให้มันมีช่องว่างระหว่างเรา เธอมันอีนางร้าย อ้าว โทษที ผิดๆ
เราไล่มันออกไปทีละนิดทีละหน่อย ด้วยการขอบคุณ
ขอบคุณจัง โชคดีจัง
แค่เปลี่ยนมุมมอง ความคิดก็เปลี่ยน ทัศนคติแย่ๆก็กลับขั้วมาทันที
ขอบคุณในสิ่งที่คุณเหลืออยู่ตอนนี้
อย่าไปสนว่าเราสูญเสียอะไรไป เพราะนั่นจะยิ่งตอกย้ำทำให้บั่นทอนหัวใจ
มองสิ่งที่เรายังคงมีอยู่ แม้ไม่เหลืออะไรเราก็ยังมีชีวิตอยู่ ณ ตอนนี้ ที่นี้ จุดนี้
ความว่างเปล่าเหล่านั้น การที่เราไม่หลงเหลืออะไรก็คือสิ่งที่เราหลงเหลืออยู่วินาทีนี้
จงกำมันไว้ให้แน่น และเรียนรู้ที่จะปล่อยมันไปตามสายลม
ปล่อยให้สายลมพัดพาความเจ็บปวด
เพราะเราจะพบกับท้องฟ้าที่สวยงามในอีกไม่ช้านี้แน่นอน
สุดท้ายขอฝากทุกคนให้มีความสุขกับการที่เราไม่เหลืออะไร
แค่คุณหายใจคุณก็ยังเหลือตัวคุณอยู่เน้อ
มีมือมีตีน สู้เว้ยยยยยยยยย
Subscribe to:
Post Comments (Atom)

No comments:
Post a Comment